การทำงานในปัจจุบันต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งเทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และความคาดหวังขององค์กร คนที่สามารถเรียนรู้และปรับตัวได้จึงมีโอกาสรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ได้ดีกว่า Growth Mindset เป็นแนวคิดที่ช่วยให้คนทำงานมองเห็นความสามารถของตัวเองในฐานะสิ่งที่สามารถพัฒนาได้ผ่านการฝึกฝน ประสบการณ์ และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
Growth Mindset คืออะไร
Growth Mindset คือแนวคิดเกี่ยวกับความเชื่อที่ว่าความสามารถและทักษะของบุคคลสามารถพัฒนาได้ผ่านความพยายาม การเรียนรู้ และการใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสม
แนวคิดนี้ได้รับการศึกษาและเผยแพร่โดย Carol Dweck นักจิตวิทยาจาก Stanford University ซึ่งอธิบายความแตกต่างระหว่าง Growth Mindset และ Fixed Mindset
Fixed Mindset มักมองว่าความสามารถเป็นสิ่งที่มีขีดจำกัดและเปลี่ยนแปลงได้ยาก ขณะที่ Growth Mindset ให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาตัวเอง
Growth Mindset สำคัญต่อการทำงานอย่างไร
1. ช่วยให้กล้าเรียนรู้สิ่งใหม่
คนที่มี Growth Mindset มักมองงานที่ท้าทายเป็นโอกาสในการพัฒนาทักษะ แทนที่จะหลีกเลี่ยงเพราะกลัวว่าจะทำไม่ได้
2. เรียนรู้จากความผิดพลาด
ความผิดพลาดไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณค่าของบุคคล แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยให้เข้าใจว่าควรปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างไร
3. เปิดรับความคิดเห็นจากผู้อื่น
Feedback ช่วยให้เห็นข้อจำกัดและจุดที่ควรพัฒนา การรับฟังความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์จึงเป็นส่วนสำคัญของการเติบโต
4. ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง
เมื่อเทคโนโลยีหรือวิธีทำงานเปลี่ยนไป คนที่พร้อมเรียนรู้จะสามารถพัฒนาความรู้และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ได้ดีขึ้น
5 วิธีพัฒนา Growth Mindset ในชีวิตการทำงาน
1. เปลี่ยนจากคำว่า “ทำไม่ได้” เป็น “ยังทำไม่ได้”
การเปลี่ยนวิธีพูดกับตัวเองช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ แทนที่จะสรุปว่าตนเองไม่มีความสามารถ ควรมองว่าทักษะนั้นยังต้องใช้เวลาและการฝึกฝน
2. ตั้งเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะ
นอกจากเป้าหมายด้านผลงาน ควรกำหนดเป้าหมายด้านการเรียนรู้ด้วย เช่น ฝึกใช้เครื่องมือใหม่ พัฒนาทักษะการนำเสนอ หรือเรียนรู้การวิเคราะห์ข้อมูล
3. มองความผิดพลาดเป็นบทเรียน
เมื่อเกิดปัญหา ควรทบทวนว่าอะไรเป็นสาเหตุ สิ่งใดที่ควบคุมได้ และครั้งต่อไปจะปรับปรุงอย่างไร การวิเคราะห์อย่างเป็นระบบช่วยให้ไม่เกิดข้อผิดพลาดซ้ำเดิม
4. ขอ Feedback อย่างสม่ำเสมอ
การถามความคิดเห็นจากหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน หรือผู้ที่มีประสบการณ์ ช่วยให้เข้าใจจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนาได้ชัดเจนขึ้น
5. ให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้
ไม่ควรวัดความสำเร็จจากผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาความพยายาม วิธีแก้ปัญหา และความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นระหว่างทางด้วย
ตัวอย่าง Growth Mindset ในองค์กร
สมมติว่าพนักงานคนหนึ่งได้รับมอบหมายให้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน หากมี Fixed Mindset อาจมองว่างานนี้ยากเกินไปและพยายามหลีกเลี่ยง
แต่หากมี Growth Mindset พนักงานจะเริ่มจากการศึกษาพื้นฐาน ทดลองใช้งาน ขอคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ และเรียนรู้จากข้อผิดพลาด แม้ช่วงแรกอาจใช้เวลามากขึ้น แต่เมื่อผ่านกระบวนการฝึกฝนก็จะมีทักษะใหม่ที่นำไปใช้กับงานอื่นได้
Growth Mindset ไม่ได้หมายถึงการต้องเก่งขึ้นตลอดเวลา
การมี Growth Mindset ไม่ได้หมายความว่าต้องทำงานหนักตลอดเวลา หรือประสบความสำเร็จทุกครั้ง ความสามารถในการยอมรับข้อจำกัด พักเมื่อจำเป็น และเลือกวิธีเรียนรู้ที่เหมาะสมก็เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตัวเองเช่นกัน
นอกจากนี้ ความพยายามเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่มีแนวทางที่เหมาะสม การได้รับคำแนะนำ การฝึกฝนอย่างมีเป้าหมาย และสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการเรียนรู้ล้วนมีความสำคัญ
เติบโตด้วยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
Growth Mindset เป็นแนวคิดที่ช่วยให้คนทำงานเปิดรับความท้าทายและมองเห็นโอกาสในการพัฒนาตัวเอง แม้ไม่สามารถควบคุมทุกสถานการณ์ได้ แต่เราสามารถเลือกวิธีตอบสนอง เรียนรู้จากประสบการณ์ และปรับปรุงความสามารถของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
การเติบโตในสายอาชีพจึงไม่ได้เกิดจากความสามารถที่มีอยู่เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับความพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองในทุกช่วงของการทำงาน
